มารู้จักอาการปวดประจำเดือนกันก่อนว่าเป็นอย่างไร

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) มักพบในเด็กสาวหรือผู้หญิงที่มีอายุยังน้อย มักมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรง ในช่วงวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน บางครั้งมีอาการปวดมากเหมือนไม่สบาย มีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เต้านมคัด ตึง ปวดบริเวณบั้นเอว บางคนถึงกับเป็นลม ซึ่งอาการปวดนี้จะหายไปเองใน 1-2 วัน เพราะสาเหตุของการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อปากมดลูกตึงเกินไป ในบางรายอาจพบว่า ก่อนหรือระหว่างการมีประจำเดือน อาจมีอาการของโรค ไมเกรน ปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิดได้ง่าย

ดูแลอย่างอ่อนโยนต่อผิวอ่อนบางรอบดวงตา

เพราะ ผิวรอบดวงตานั้นแสนอ่อนบาง และมีความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อย อีกทั้งปริมาณต่อมน้ำมันยังมีอยู่น้อยมาก จึงทำให้เกิดความแห้งกร้าน และสูญเสียความยืดหยุ่นได้ง่าย โดยจะปรากฏให้เห็นริ้วรอยได้อย่างชัดเจนเมื่อมีรอยคล้ำ บวมเกิดขึ้น หรืออายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผิวจึงต้องการดูแลเป็นพิเศษด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เข้าใจสภาพผิวอย่างแท้จริง


เมื่อวัน-เวลา เปลี่ยนวัย ความเยาว์วัยสดใสก็เปลี่ยนตาม

เพราะนี่คือ กฎแห่งธรรมชาติ เมื่อวันเวลาผ่านไป ความอ่อนเยาว์สดใส ก็กลายเป็นอดีตที่ถูกแทนที่ด้วยความหม่นหมอง และ
ปราก ฎให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านทางผิวพรรณ จากที่ผิวเคยนวลเนียนเปล่งปลั่งสดใส ก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ผิวเริ่มปรากฏริ้วรอยหมอง เหี่ยวย่น และหย่อนคล้อย โดยจะค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามตัวเลขของวัยที่เพิ่มสูงขึ้น







25 ปีขึ้นไป
ช่วงวัยทำงาน...จุดเริ่มต้นปัญหาผิว

จุดเปลี่ยนผิวจากความอ่อนเยาว์สดใสในวัยแรกสาว ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่เริ่มมีการปรากฎตัวของริ้วรอย ดังนั้นจึงนับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผิวพรรณไม่ควรถูกละเลย ผิวเริ่มมีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาให้เห็น เริ่มขาดความตึงกระชับ ผิวค่อนข้างกระด้างขาดความเนียน กระจ่างใส ไขมันภายใต้ผิวก็จะค่อยๆ ลดลงส่งผลให้สิ่งปกป้องผิวต่างๆลดลง ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ความเสื่อมของผิวที่เกิดขึ้นจะปรากฎในรูปของริ้วรอย




36 - 45 ปี
วัยแห่งความมุ่งมั่น สานฝันให้เป็นจริง

ริ้วรอยเริ่มปรากฎ ผิวในช่วงวัยนี้จะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นช่วงวัยของการหมดประจำเดือน ผิวจะเริ่มขาดฮอร์โมนตามธรรมชาติมาหล่อเลี้ยง ประกอบกับสุขภาพผิวที่เริ่มอ่อนล้า ความชุ่มชื้นค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ผิวพรรณจึงแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัด ผิวที่บริเวณเปลือกตา รอบริมฝีปาก ขากรรไกร และคางก็จะเริ่มหย่อยคล้อย ผิวหนังบางลงจนสังเกตเห็นเส้นเลือดภายใต้ผิวได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นผิวในช่วงวัยนี้จึงปรารถนาการปรนนิบัติบำรุงอย่างใกล้ชิด และสม่ำเสมอ
45 ปีขึ้นไป
ปลายวัยในช่วงชีวิตแห่งความสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของผิวพรรณ ผิวในวัยนี้จะมีความแห้งมาก และมีอาการคันระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากต่อมไขมันทำหน้าที่ได้น้อยลง ฮอร์โมนเพศลดลงมาก
ผิวหนังเสื่อมสภาพและบางลง ระบบการขับถ่ายของเสียภายใต้ผิวก็ทำงานได้น้อยลง
และ ปรากฎให้เห็นในรูปของริ้วรอยโดยจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น ริ้วรอยลึกขึ้น ผิวหนังเหี่ยวย่น หย่อนยาน และขาดความกระชับ ส่วนผิวบริเวณเปลือกตา รอบริมฝีปาก ขากรรไกร
และคางจะหย่อยคล้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ


ปัญหาผิวอันเนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น
  • ผิวแห้งแตก หยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ไม่เนียนผุดผาดเหมือนวัยสาว
  • ปรากฎรอยหมองดำคล้ำ และริ้วรอยย่นบนใบหน้า
  • ผิวหน้าขาดความกระชับหย่อนคล้อยไม่ได้รูป
สาเหตุของความหย่อนคล้อยของผิว

จากการที่คอลลาเจนซึ่งอยู่ในชั้นผิวมีหน้าที่สำคัญเป็นโครงข่ายช่วยผยุงโครง สร้างผิวหน้า และทำให้ผิวของเรามีความยืดหยุ่นสูงสุดตามวงจรธรรมชาติ โดยในช่วงเยาว์วัยเซลล์ผิวจะทำหน้าที่ในการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ
ผิว พรรณในวัยเยาว์จึงดูเปล่งปลั่งสดใสได้รูปกระชับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประกอบกับอายุผิวที่ย่างเข้าสู้วัย 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเซลล์เริ่มเสื่อมสภาพ
  • ต้องเผชิญกับแรงโน้มถ่วงของโลกตลอดเวลาที่ดึงให้ผิวหย่อนคล้อย
  • กระบวนการสร้างคอลลาเจนผิวค่อยๆ ลดน้อยลง ความยืดหยุ่นกระชับผิวก็ลดลงด้วย
  • เส้น ใยอิลาสติน และไกลโคโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักที่ทำหน้าที่ในการยึดเหนี่ยวระหว่าง เซลล์ผิวก็ลดน้อย และเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ผลคือ ชั้นผิวหนังเกิดการยุบตัว แฟบแบนลง และเป็นสาเหตุของความหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และเหี่ยวย่น บางครั้งอาจจะรุนแรงถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงหน้าให้ผิดรูปได้ในที่ สุด

ดูแลผิวแก้มใส … ให้ห่างไกลจุดด่างดำ

  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่มี SPF 15 ขึ้นไป
  • ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสม AHA
  • บริโภคอาหารที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ , วิตามิน A C และ E , เซเลเนี่ยมและฟลาเวอนอย จะช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลายโดยแสงแดด
  • ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ HYDROXYQUINONE วันละ 2 ครั้ง อย่างน้อย 6-8 อาทิตย์ จะช่วยเจือจางจุดสีน้ำตาลบนผิวได้
  • ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลบเลือนรอยย่น และจุดด่างดำ
  • ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่คุณ อยากกำจัดจุดด่างดำบนผิวหน้าให้หมดไปอย่างถาวร
  • ปรึกษา แพทย์ด่วน หากพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับริ้วรอยจุดด่างดำ เช่น คัน หรือขยาย -ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

8 ท่านวดลดขนาดใบหน้า



เงยคาง เชิดใบหน้าขึ้น อ้าปากให้กว้างที่สุด แล้วเปล่งเสียง อา อี อู เอ โอ ทำทั้งหมด 8 ครั้ง เพื่อดึงกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ


หรี่ตาเพียงครึ่งเดียว ยกศีรษะเอนไปด้านหลัง ค้างไว้ จากนั้นลืมตาขึ้นจนสุด โดยไม่ขยับศีรษะทำซ้ำกัน 3 ครั้ง เพื่อบริหารกล้ามเนื้อเปลือกตาแก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย


ใช้ นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบผิวบริเวณหัวคิ้วขยับเลื่อนทีละนิดไล่มาจนหางคิ้ว ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง เพื่อผ่อนคลายความเครียดของกล้ามเนื้อหน้า


ดึงเนื้อแก้มไปด้านข้างเบาๆ วาดเป็นวงกลมจากล่างขึ้นบน จากด้านในออกด้านนอก ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง  เพื่อกระชับแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อย


ดึงเนื้อบริเวณรอบปากไปด้านข้างเบาๆ แล้วปล่อย ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง เพื่อยกกระชับผิวบริเวณรอบริม ฝีปาก


แลบลิ้นให้ยาวที่สุดตวัด ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา ทำซ้ำกัน 8 ครั้ง เพื่อบริหารใบหน้าไม่ให้หย่อนคล้อย


ประกบฝ่ามือเข้าหากัน ยืดนิ้วให้ตรงแล้วกดไว้ที่ใต้คาง ค่อยๆ เลื่อนไปตามแนวคางจนถึงติ่งหูทั้ง 2 ข้าง  ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง เพื่อยกกระชับบริเวณคางและลำคอ


แนบ ฝ่ามือบริเวณใต้ลำคอ ค่อยๆ ลูบลงไปจนถึงกระดูกไหปลาร้า ทำซ้ำกัน 3 ครั้งเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง ไม่ให้เกิดการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง